ขอบคุณ^-^...ลาก่อน

posted on 20 Feb 2012 10:11 by pukino  in everything
กำลังอยู่ในห้วงอารมณ์นี้...
เป็น..นางงาม ..โอบอุ้ม และเอ็นดูเด็กน้อยด้วยความอ่อนโยนและมีเมตตา...
เป็น..นางฟ้าาาาา...มีปีกบินขึ้นสู่ท้องโลกอย่างสวยงาม..
(บางเบา กระชับ..เหมือนโซฟีแบบมีปีก..555++)
 
ผ่อนคลายสุดๆๆ....ไม่ใช่เพราะมีความสุขเกินไป หรือเศร้าใจจนเกินไปจนทำให้เกิดภาวะอารมณ์เช่นนี้
แต่เพราะฟังเพลงนี้ทีไร..รู้สึกเ่ช่นนั้นจริงๆ....
 
Goodbye, Thank you ของ Kis-my-ft2
เวลาที่มีความทุกข์..ฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกมีความสุขขึ้น..
ตอนแรกไม่ได้รู้จักความหมายของเพลงนี้เลย..
แค่เปิดใจให้กว้างๆ..แล้วก็ค่อยๆฟังหัวใจ
ได้ยินน้ำเสียงคนร้อง...ทำนอง ...และเห็นเนื้อร้องในเวลาต่อมา
อาจจะเป็นเพราะฟังแล้วให้ความรู้สึกผ่อนคลายทุกครั้ง..
ก็เลยเป็นเหตุให้เกิดความพยายามในการค้นหาความหมายของเพลง..
และได้รู้ความหมายของเนื้อเพลงนี้..สั้นๆ..ง่ายๆ..ตรงตัว....ตามชื่อเพลงเลย
ก็เลย...สรุปเนื้อความของเพลงได้แบบนี้....
 
เพราะมีคุณ...ถึงได้มีเรา...
อยากจะเอ่ยคำว่า.."ขอบคุณ" ...พวกคุณทุกคนมากกว่าคำว่า ..."ลาก่อน"..
ขอบคุณ..ขอบคุณ...ด้วยหัวใจของพวกเรา(kismyft2..)ทุกคน
 
...ขอบคุณ..ลาก่อน...
さようなら- lllll - どうもありがとうございます。
 
-----------------------------------------
 
この声きみに届いて。
ko no koe ki mi ni todo i te
いまこそちゃんと伝えたい
i ma ko so cha n to tsutae ta i
サヨナラよりアリガトウ
sa yo na ra yo ri a ri ga to u
心から言えるよ
kokorokara i e ru yo
出逢えてよかったよ
dea e te yo ka tta yo

もう増えない思い出だけ
mo u fu e na i omoide da ke
あれからずっと抱きしめてた
a re ka ra zu tto da ki shi me te ta
なにげない時の中に
na ni ge na i toki no naka ni
だいじなものが詰まっていた
da i ji na mo no ga tsu ma tte i ta

毎晩くれたオヤスミメール
maiban ku re ta o ya su mi me ru
うっとうしいと思う夜だって
u tto u shi i to omo u yoru da tte
心のどっかで
kokoro no do kka de
ほんとはいつでも待っていた
ho n to wa i tsu de mo ma tte i ta 

夢でいい
yume de i i
きみと逢いたい
ki mi to a i ta i
もういちどだけでいいから
mo u i chi do da ke de i i ka ra
いつでもずっときみのこと
i tsu de mo zu tto ki mi no ko to
たいせつに想ってた
ta i se tsu ni omo tte ta
きみだけ愛してた
ki mi da ke ai shi te ta 

もしこの声届くなら
mo shi ko no koe todo ku na ra 
いまこそちゃんと伝えたい
i ma ko so cha n to tsutae ta i
サヨナラよりアリガトウ
sa yo na ra yo ri a ri ga to u
心から言えるよ
kokorokara i e ru yo

夢でいい
yume de i i
きみと逢いたい
ki mi to a i ta i
もういちどだけでいいから
mo u i chi do da ke de i i ka ra
いつでもずっときみのこと
i tsu de mo zu tto ki mi no ko to
たいせつに想ってた
ta i se tsu ni omo tte ta
きみだけ愛してた
ki mi da ke ai shi te ta
 
Credit : lyrics46
-----------------------------------------
love u ------>>Kis-my-ft2....-- さようなら- lllll - どうもありがとうございます。

ปล. ขอบคุณน้องหนิงที่ทำให้รู้จักเพลงนี้นะค่ะ..
(น้องหนิงเจ้าของบล๊อค Diary not Daily)

ไม่เป็นไร

posted on 20 Feb 2012 06:53 by pukino  in anywhere
สั้นๆ ง่ายๆ เหมือนไม่มีความหมายอะไรในคำๆนี้...หากดูจากองค์ประกอบของคำนี้จริงๆ..
สิ่งที่ต้องดูประกอบตามมาคงจะเป็นกริยาท่าทาง หรือความหนักเบาของน้ำเสียงของผู้พูดเป็นสำคัญ
วลีที่ไม่มีอะไรเช่นนี้กลับสามารถสื่อความหมายบ่งบอกความนัยให้แก่ผู้ฟังได้
แตุ่ทุกสิ่งทุกอย่างที่รวมๆกันเป็นวลีนี้..ล้วนแต่แฝงเจตนารมณ์ของผู้พูดเอาไว้ด้วย
 
หากผู้พูด ได้เอ่ยวลีนี้ด้วยความยินดี พร้อมกริยาท่าทางแย้มยิ้ม เปล่งถ้อยคำด้วยน้ำเสียงยินดีปรีดา
นั่นคงหมายความว่า ...."ไม่เป็นไร"(ด้วยความยินดี.....(...และเต็มใจอย่างยิ่ง...)..)..
คงเป็นการสื่อความหมายอะไรทำนองนั้นๆ คล้ายๆกลับว่า เจตนารมณ์ของผู้พูด ยินดีในสิ่งเหล่านั้น
สมมติว่า เพื่อนโทรศัพท์หาเรา..แล้วเราไม่สามารถรับสายได้ในตอนนั้น..แล้วโทรกลับไปทีหลัง
 
"ขอโทษด้วยนะ เธอโทรมาเรายุ่งๆ เลยไม่ได้โทรกลับสักที"
"ไม่เป็นไรจ๊ะ..."(น้ำเสียงบ่งบอกถึงความยินดี)
 
เช่นนี้ทั้งคนพูดและคนฟังก็มีความสุขทั้งสองฝ่าย
หากแต่ในกรณีเดียวกัน...แต่เป็นการใช้น้ำเสียงที่ฟังดูแล้วให้ความรู้สึกเศร้าสร้อย
คำว่า "ไม่เป็นไร"....นี้ก็คงจะทำให้คนฟังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจอยู่ไม่น้อย...
อาจจะรู้สึกผิดก็เป็นไปได้....
 
หากคำว่า "ไม่เป็นไร"....นั้นยังต่อมาด้วยเหตุผลยืดยาว...อย่างเช่น
"ไม่เป็นไร...เราก็แค่จะรบกวนให้เธอช่วยดูรายละเอียดบางอย่างให้
เราหน่อยเท่านั้นเองแหละ.."(น้ำเสียงเบาๆ..อ่อยๆ)
เช่นนี้..ก็คงนำความรู้สึกผิดมาให้คนฟังได้มากทีเดียว
นี้ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งในการใช้วลี..สั้นๆ ง่ายๆ..ที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน..
คล้ายๆว่า..เหมือนจะไม่มีอะไร แต่แฝงความนัยเจตนารมณ์ และความรู้สึกของคนพูด และคนฟัง
 
ได้ยินบ่อยๆ..ทำให้นึกถึงสุภาษิตนี้.."เอาใจเขามาใส่ใจเรา"
ก็คงจะเห็นได้เช่นคำนี้....  ไม่เป็นไร...นั่นแหละ....
 
"ไม่เป็นไรนะ" ....."ไม่เป็นไรใช่ไหม" ...."ไม่เป็นไรเน้อะ "........."ไม่เป็นไรจริงๆนะ"....(คำถาม..)
"ไม่เป็นไรจ๊ะ"...."เีรา ..ไม่เป็นไร"....."ไม่เป็นไรจริงๆนะ"....(บอกเล่า..)
 
จะใช้ยังไงก็ไม่ว่ากัน..แต่อย่าลืม.... เอาใจเขามาใส่ใจเรานะค่ะ

edit @ 20 Feb 2012 07:25:20 by Pu~ariYuma

✿✲-Temple~

posted on 17 Feb 2012 14:12 by pukino  in someday
ไปไหว้พระที่วัดคราวนี้..นอกจากจะได้กราบไหว้สักการะพระพุทธรูปสมความตั้งใจแล้ว
ยังได้ชื่นชมกับความวิจิตรงดงามของวัดวาอารามของภูมิภาคที่แตกต่างกันออกไป
ที่เคยขึ้นพูดว่า..บ้าน..วัด ..โรงเรียน..เกื้อกูลกัน..ก็เห็นจะเป็นเช่นนั่น
บ้าน...เป็นพื้นฐานชีวิต พื้นฐานความคิด
วัด...เป็นที่พึ่งทางใจ ขัดเ้กลาจิตใจเข้าสู่หนทางแห่งธรรม
โรงเรียน...เป็นแหล่งแสวงหาความรู้ วิชาการ เพื่อประกอบสัมมาวิชาชีพ
....ทั้งสามอย่างล้วนแต่เกื้อกูลกันแหละกัน...
 
โรงเรียนสร้างคน.....
....คนสร้างบ้าน
บ้านสร้างวัด.....
 
วัดที่ไปแห่งนี้ก็เป็นเช่นนั่น....
ผู้ที่ได้รับการศึกษาเล่าเรียนมาก..
เป็นผู้ที่มีความวิชาการความรู้ประกอบสัมมาอาชีพจนเป็นที่น่าพอใจในการใช้ชีิวิต
มีชีวิตครอบครัวบริบูรณ์พูนสุข..พ่อ แม่ พี่่น้อง ญาติมิตร เพื่อนพ้อง..
อิ่มเอมทางกายแล้ว..จึงได้บังเกิดจิตศรัทธานำมาในการสร้างวัดอาราม
 
..................................
 
เมื่อกราบไหว้พระเรียบร้อยก็เลยเดินชมรอบๆวัน..ต้นไม้น้อยใหญ่ ให้ร่มเงาปกคลุมพื้นดิน
กิ่งก้านสาขาแผ่ขยายออกไปตลอดแนวไม้แต่ละต้น..
 
Photobucket
 
ใบไม้เล็กใหญ่โบกสะบัดไปมาตามแรงลมอ่อนๆในยามแดดร้อนๆ เวลากลางวันเช่นนี้..
หอบสายลมเบาๆ..พัดผ่านลำตัวของผู้ที่อยู่ในบริเวณนั่นชวนให้ใจและกายเย็นสบาย
เงียบสงบ แม้จะมีผู้คนอยู่ไม่น้อย..แต่ทุกคนเมื่อเข้ามาในเขตวัดวาอารามแล้ว มักจะสงบนิ่ง สำรวมกริยา
 
เดินชมต้นไม้ที่ปลูกในบริเวณวัดหลายต้น แต่ไม่รู้จักชื่อเท่าไหร่นัก..เสียดายที่ไม่มีป้ายชื่อต้นไม้ติดไว้
นอกจากต้นไม้แล้ว ก็ยังมีดอกไม้หลากหลายชนิด ชูช่อสะลอน แย้มบานรับแสงแดด...
ดึงดูดให้ผู้คนผ่านไปผ่านมาได้ชื่นชมความงดงาม
 
Photobucket
 
ชมต้นไม้ ดอกไม้ไปโดยรอบ จนมาถึงบริเวณนี้..ต้นไม้ปกคลุมไปหมดทั่วทั้งบริเวณ...
ใกล้ๆมีม้านั่งสำหรับพักผ่อน เดินเข้าไปนั่ง...พร้อมกับพูดคุยกับคนอื่นๆบ้าง......
สักพัก..ชั่วขณะในเวลาที่ไม่มีใครพูดอะไร..สายตาก็หันไปเห็นป้ายสีเขียว..มีตัวอักษรสีขาวติดไว้..
 
หันกลับไปทิศทางที่เดินมาอีกรอบ...เออ...มันก็มีตลอดทางนี่หว่า.../// ตาถั่วมั่กๆๆ..^-^
นี่แหละน๊าคนเรา...ปากมันพูดหยุด หัวเราะ พูดคุยกันไป..
ไม่ได้หันมาใส่ใจสิ่งเล็กๆน้อยๆที่มีประโยชน์ที่ควรประพฤติ
 
นี่ถ้าไม่ได้นั่งพักผ่อน..ก็คงจะมองข้ามป้ายที่มีอักษรสีขาวบนพื้นเขียวไปเลยเหมือนกัน..
อ่านแล้วได้หยุด..และคิด.....ว่าจะใช้ชีิิวิตกันยังไง
 
Photobucket
 
Photobucket
 
Photobucket
 
คิดแล้ว....ก็ได้แต่บอกตัวเองว่า...
......ชีวิตก็คงมีแค่นี้...หากยังไม่สิ้นลมหายใจ มันก็ต้องดิ้นรนกันต่อไป....
 

edit @ 18 Feb 2012 20:10:45 by Pu~ariYuma