╰╯0╰╯︿หนูขำ

posted on 24 Dec 2011 21:29 by pukino  in anywhere
ในเวลาเช้า หลังจากที่ต้องรีบตะบึงตะบอนตื่นขึ้นมา
อาบน้ำ แต่งตัวอย่างเร่งรีบเพื่อไม่ให้ไปทำงานสาย  ขณะแต่งตัว สวมเสื้อผ้า
หันหน้าไปมองนาฬิกาที่ตั้งอยู่ปลายเตียง และหัวเตียงนอนเป็นระยะ
(สรุปแล้วมีนาฬิกาที่ห้อง..ทุกพิกัด..ฮ่าๆๆ..คงเอาไว้ใช้ในเวลาเร่งรีบอย่างเดียวเท่านั้นแหละ)
แต่งตัวไป..ก็ชำเลืองนาฬิกาทุกสิบวินาที..ยังกับห้างสรรพสินค้าจับเวลานาทีก็ไม่ปาน
ใกล้ล่ะ ..ใกล้สายอีกแล้วตรู..ไม่นะ ม๊ายยยยยยยยยยยย...พลีสสสสสส เวลากรุณารอก่อนค่ะ
รอก่อนนนนนนนนนนน...(เวลาที่ไหนจะฟังเสียงทัดทานกันล่ะ..)
กรีดร้องได้แค่เีพียงในใจเท่านั้น..ขณะที่มือหยิบข้าวของเครื่องใช้เท่าที่จะนึกได้เข้ากระเป๋า..
 
หยิบรองเท้่า..วิ่งไปที่รถ..แล้วก็ตะบึ้งรถออกไปอย่างรวดเร็ว...
สาย สาย..สายอีกแล้วครับพี่...สายยยยยยยยยยยยยยยย ....
 
ไม่แม้แต่มองนาฬิกา เวลาเร่งรีบแบบนี้ยังไงก็ต้องแวะซื้ออะไรกินตอนเช้า..เช่นทุกๆวัน
เอาอันเดิมนี่แหละ..ง่ายดีไม่ต้องคิด..หนมปัง..เมนูประจำ
 
อาหารเช้า ..อาหารเช้า..หนมปังแสนอร่อย..
หมูสับ ใส่ใบหอม ราดมายางเนสและซอสพริก
 
ขี่รถมาถึงร้านริมถนน..หันไปมองหน้าคนขายที่กำลังย่างขนมปัง..
ก่อนที่พี่(สาว)คนขายจะหันมามองและยิ้มให้เช่ีนทุกๆวัน..
ชะลอรถพร้อมกับจอดรถหน้าร้านนั้นซะเลย
 
"สายแล้วนะ" พี่(สาว)คนขายหนมปังทักบ้าง
 
"แหะๆ..พี่ก็.." ตอบแก้เขิลได้เพียงเท่านี้และ ตอบยาวกว่านี้จะเป็นการแก้ตัวเปล่าๆ..(หุหุ..)
 
"กี่คู่ล่ะ"
 
"สองคู่ค่ะ"
 
พี่(สาว)คนขายหนมปังส่งถุงหนมปังให้ พร้อมกับยื่นเงินให้
 
"ไปแล้วค่ะ"
 
"จ๊ะ"
 
ขึ้นรถได้ก็รีบตะบึงรถออกไปอย่างรวดเร็ว...จนกระทั่งมาถึงที่ทำงานในเวลาแปดจุดสามศูนย์พอดี
(อาเมน..เธอเป็นเช่นนี้ทุกวัน ผญ.คนนี้..<ฮ่าๆๆๆ...>)
 
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นทุกวัน..เพราะไม่เคยทำอาหารเช้ากินเลย..ด้วยเหตุผลหลายอย่าง
อีกอย่าง..ในระยะทางจากที่พักถึงที่ทำงานก็พอจะมีอะไรให้ซื้อกินได้ในยามเช้า..
เหตุการณ์มันเลยเหมือนเดิม ซ้ำๆ เช่นนี้เกือบทุกๆวัน..
 
จนกระทั่งวันหนึ่ง..อากาศตอนเช้าเริ่มเย็็นขึ้น..ก่อนออกจากห้องสวมเสื้อหนาวตัวใหญ่ตัวหนึ่ง
วันนี้ตื่นเช้า อาบน้ำแต่งตัว..เลยได้ออกจากห้องเช้าหน่อย..ขี่รถมาจนถึงร้านขายหนมปัง
 
เอ๊ะ..วันนี้พี่(สาว)ขายหนมปังไม่มา....ตายล่ะไม่มีไรกินแล้ว..คิดในใจ..ไม่ได้จอดรถ
เพียงแต่ชะลอความเร็วลง แต่รถยังเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ..
ป้าคนขายข้าวจี่(ข้าวเหนียวย่าง โรยเกลือ..โรยไข่..)..ข้างๆร้านขายหนมปังหันมามอง..
แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร....
 
ข้าวจี่..หนักไปนะ..ตอนเช้า..ไม่เอาดีกว่า..ไปหากินข้างหน้าเลยล่ะกัน..
วันนั้นเลยไม่ได้แม้กินอะไรลงท้องเลยในตอนเช้า..มีเพียงกาแฟสำเร็จรูปซองหนึ่งเท่านั้น
ขาดสารอาหารอย่างยิ่ง..(ไม่มีอะไรเ้ข้าสู่ร่างกายเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเลยวันนี้)
 
วันต่อมา..เช่นเดิม..
ขี่รถมาจนถึงร้านหนมปัง..ไม่ขายอีกแล้ว..เลยขี่รถเตลิดไปที่ทำงานเลย
(พี่สาว..เค้าเป็นไรเนี้ยะ..ทำไหมไม่มาขายหนมปังให้กินนะ..
คิดเพียงเท่านั้นแหละ..ด้วยความหิวว่างั้นเหอะ)
 
ป้าร้านขายข้าวจี่..ชำเลืองมอง..แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไร
 
ในวันต่อมา...
ขี่รถมาจอดหน้าร้านขายหนมปัง..ป้าร้านขายข้าวจี่ หันมามองพร้อมกับยิ้มให้นิดหนึ่งก่อนจะพูดว่า
 
"พ่อลาว บ่สำบาย..ลาวมาขายบ่ได้..มื้อนี่กะมากินข้าวจี่กับป้าก่อนกะได่เด้อ"
(ป้าพูดถึงพี่สาวร้านขายหนมปัง)
 
"อ้าว..เหรอค่ะ..ได้ค่ะได้..วันนี้หนูคงต้องซื้อข้าวจี่ป้าไปกินแล้วล่ะค่ะ..
หนูหิวมาก เมื่อคืนไม่ได้กินข้าวเย็น....สี่ชิ้นป้า..เอาสี่ชิ้น"
 
ข้าวจี่ 1 ชิ้น ราคา 5 บาท....ควักตังค์ให้ป้ายี่สิบบาท...(¯(∞)¯)
 
"กินข้าวจี่ป้าไปซะก่อนกะได้เด้อ ถ้าพี่(สาว)เึขายั่งบ่มาน่ะ"
 
"คร้าาาาาา"..ขานรับด้วยการลากเสียงยาวๆ เอาใจป้าแกหน่อย..
และหันไปยิ้มกับป้านิดหนึ่งก่อนจะขี่รถออกไป
 
วันต่อมา..ไปทำงานเช่นเดิม...ขี่รถมาถึงร้านหนมปังอีกเช่นเคย
วันนี้ขายแล้ว..ได้กินหนมปังกับกาแฟสักที..กินกาแฟกับข้าวจี่มาหลายวันแล้ว
รู้สึกว่ามันไม่เข้ากันยังไงไม่รู้..(ป้าค่ะ หนูขอโทษนะค่ะ..หุหุ)
 
หันไปยิ้มกับพี่(สาว)ร้่านขายหนมปัง..ยังไม่ทันได้เอ่ยคำใดขึ้นระหว่างลูกค้าร้านขายหนมปังกับเจ้าของร้าน
ป้าร้านขายข้าวจี่ก็พูดขึ้นว่า
 
╰╯0╰╯︿
 
"โอ๊ยยยยย..ลาวคึดฮอดเจ้าคือหยั๋งนี่ มาแวะทุกมื้อเลยนะนั่น"
(ป้าคงหมายถึงว่า คิดถึงขนมปังย่างใส่ใส้ล่ะมั้ง)
 
ป้าพูดพร้อมกับหันมามองเรา สลับกับพี่สาวคนขายหนมปัง..
 
 
โธ่..ป้าค่ะ..หนูละซึ้งน้ำใจป้าซะจริงๆ..คงสงสารหนูที่ต้องกินข้าวจี่กับกาแฟซินะ
ขอบคุณนะค่ะ..ป้า..(ฮ่าๆๆ...)
 
| (o^.^o) |
 
พี่สาวคนขายหันมามองหน้าพร้อมกับยิ้มให้...และพูดขึ้นว่า
 
"พ่อพี่บ่ค่อยสำบาย..บ่มีผู้เบิ่ง พี่กะเลยต้องไปเฝ้า มันยากกะเลยบ่ได้มาขาย" พี่สาวคนขายหนมปังพูด
 
"อ๋อค่ะ..แล้วพ่อพี่ดีขึ้นแล้วเหรอค่ะ" เราตอบรับพร้อมกับถามต่อ
 
"บ่ดอก..เพิ่นเป็นหลายอย่าง อากาศเปลี่ยนเพิ่นก็ปรับตัวบ่ทัน" พี่สาวตอบอีกที
 
"อ๋อค่ะ"
 
"มื้อนี่ เอาจักคู่"
 
"สองคู่ค่ะ..หมูสับหมดเลย" ควักตังค์ยื่นให้พี่สาวคนขาย พร้อมกับรับหนมปังมาสองคู่
 
"ขอให้พ่อพี่หายเร็วๆนะพี่..หนูไปทำงานแล้วล่ะ"
 
"จ๊ะ..ขอบใจมาก"
 
"ค่ะ.."
 
ขี่รถออกไป..พร้อมกับหันไปยิ้มให้ป้าร้านขายข้าวจี่..ป้าแกก็หันมายิ้มให้..เป็นอันว่ารู้กันสองคน
หุหุหุ....
 
 
ป้าค่ะ..นี่ป้า..แอบดูหนูกับพี่สาวร้านขายหนมปังคุยกันทุกวันเลยนะค่ะ..
ไม่งั้นป้าไม่รู้ใจหนูขนาดนี้หรอก...จริงไหม..ก็แหมะป้าพูดกับพี่สาวร้านขายหนมปังขนาดนั้น
 
╰╯0╰╯︿
 
"โอ๊ยยยยย..ลาวคึดฮอดเจ้าคือหยั๋งนี่ มาแวะทุกมื้อเลยนะนั่น"
 
ฮ่าๆๆๆ...บอกตรงๆ หนูขำป้ามากค่ะ..ป้าช่างน่ะ...ช่างสังเกตลูกค้าซะจริงๆ
ใส่ใจลูกค้าร้านใกล้เคียงจริงๆนะค่ะ..
 
ระหว่างทางมุ่งหน้าไปยังที่ทำงาน..อมยิ้มตลอดทางที่ขี่รถผ่าน..
หนูขำป้ามากค่ะ..แต่ก็..ขอบคุณนะค่ะ...ขอบคุณความเป็นห่วงกลัวหนูจะไม่มีขนมปังกินเป็นอาหารเช้า
ขอบคุณความเอาใจใส่ของป้าที่ทำให้หนูยิ้มได้ในยามเช้าๆอย่างงี้
ที่มอบรอยยิ้มและความสดใสให้หนูในยามเช้าของวันนี้
 
วันนี้หนูคงยิ้มได้ทั้งวันอ่ะค่ะ..เริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่สดใสมัน
จะทำให้การใช้ชีวิตตลอดทั้งวันของเราพลอยสดใสไปด้วย
 
ขอบคุณนะค่ะ...(นึกขึ้นมาทีไร..ก็มีรอยยิ้มได้เสมอสำหรับเรื่องนี้..)

edit @ 24 Dec 2011 22:47:29 by Pu~ariYuma

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อยากกินข้าวจี่

แถวนี้มีแต่ข้าวเงี้ยวให้กิน เบื่อแล้ว

#1 By Nalikakeaw's Diary on 2011-12-28 21:29