•:*´¨`*:•.Boss•:*´¨`*:•.ten~

posted on 27 Dec 2011 20:36 by pukino  in sometime
วันนี้หงุดหงิดแต่เช้า..กับเรื่องเดิมๆอีกแล้ว..พูดเรื่องนี้ทีไรเป็นต้องปิ๊ดๆๆ ตลอด..
อารมณ์อยากลุกขึ้นกรีดร้องให้สะใจ..แต่ก็ทำไม่ได้ ได้แต่นั่งสงบจิตสงบใจ..อยู่นานสองนาน
เรื่องเดิมๆ สิ่งเดิมๆ..ทำไมไม่ลืมมันซะทีก็ไม่รู้...คือมันดูเหมือนไม่มีอะไรมากนักหรอก
แต่ว่ามันทำให้ความรู้สึกแย่ๆกลับมาทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ ที่มีคนพูดถึงเรื่องนี้..
 
เรื่องของเรื่องก็มีอยู่แค่ว่า..การเบิกเงินล่วงเวลา..เงินล่วงเวลา..
มันก็คือเงินค่าแรงที่่ต้องจ่ายให้เพิ่มหากมีการทำงานนอกเหนือระยะเวลาทำงานปกติ
ทุกหน่วยงานก็คงมีเหมือนๆกันหมด....ส่วนจะเบิกจ่ายกันยังไงก็คงเป็นข้อตกลงของแต่ละหน่วยงาน
 
ถ้าการเบิกเงิน..แล้วมาทำงานให้เกิดผลงาน หรือชิ้นงานมันก็คงจะไม่มีปัญหาใช่ไหม
แต่บางทีก็ไม่เป็นเช่นนั้น..การเบิกค่าล่วงเวลา..แต่ไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน..
ก็คงเห็นแต่หน่วยงานนี้แหละมั้ง....ปกติเวลาจะทำงานล่วงเวลาหากมีงานแบบเร่งด่วน
ทุกงานจะต้องยื่นเรื่องเพื่อขอปฏิบัีติงาน..นั่นถือเป็นระเบียบปฏิบัีติร่วมกัน..
การนับจำนวนเวลาทำงานเป็นรายชั่วโมง..เป็นแนวปฏิบัติสำหรับที่นี้..
ที่ผ่านมาก็ดำเินินไปตามปกติ..อาจจะมีปัญหาบ้างอะไรบ้าง..เล็กๆน้อยๆ
 
ไอ้ปัญหาเล็กน้อยๆนี่แหละ..ที่ทำให้ไม่อยากมาทำงานล่วงเวลาเลย..
ถ้าเป็นไปได้จะหลีกเลี่ยงการมาทำงานแล้วต้องเบิกค่าล่วงเวลา..
เนื่องจากความลำเอียงในการทำงานและการปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชาไม่เท่าเทียมกัน..
ก็เลยตัดปัญหาด้วยการไม่ทำงานนอกเหนือจากเวลาปกติซะเลย..
บางทีก็มาทำแต่ก็แบบไม่ต้องเบิกเงินอะไรทำนองนั้น ในกรณีจำเป็นจริงๆ..
โดยส่วนใหญ่แล้วก็มาทำนั้นแหละวันหยุด..มันก็ดีอย่างอ่ะนะ..
ใครมาบังคับไม่ได้..ไม่วุ่นวายด้วยในวันหยุด
 
เรื่องนี้ส่วนใครจะเบิกตามจริงหรือไม่นั้น..คงขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกของคนนั้น
 
บางคนมาทำงาน ก็ตั้งใจมาทำงานมาก..ตะบี้ตะบันทำงานตัวเองให้เสร็จตามกำหนด
จะได้รีบกลับไปพักผ่อน..อยู่กับบ้าน ดูแลลูกเมีย สามีก็ว่ากันไปสำหรับคนมีครอบครัวแล้ว
อันนี้ก็ไม่ว่ากัน..
 
แต่บางคนมาทำงานแต่เช้่านะ..แต่มาแล้วนั่งเอ้อระเหย เดินไปเดินมา เม้าท์กับคนนั้นคนนี้
ทำงานจริงๆ แค่ไม่กี่ชั่วโมง..แต่ตอนเบิกเงินคิดเวลาเต็มวัน
 
บางคนก็ไม่ต้องพูดถึง..มาทำงานสองชั่วโมง..แต่ขอเบิกค่าล่วงเวลาเต็มวัน..
/อนาจจริงๆ..ไร้ยางอายที่สุด
 
บางคนยื่นขอทำงานล่วงเวลา มาทำงาน..แต่ไม่ได้ทำหรอก..มานั่งทำงานส่วนตัว..
ทำการบ้าน(กรณีที่เรียนหนังสือ)...//สงสัยกัวชาวบ้านรู้ว่าไม่ยุ่ง เลยจำเป็นต้องทำตัวยุ่งๆกับที่ทำงานไว้
 
บางคนเลวร้ายมาก..มาทำงาน..เพื่อสอพลอเจ้านาย  เดินเข้าเดินออกห้องนายทั้งวัน
(วันหยุดก็ไม่ยกเว้นกับการเลีย..พวกชอบเลียก็คงเป็นแบบนี้...มันไม่เหนื่อยกันบ้างเลยพวกนี้นี่!!)
 
บางคนเลวร้ายยิ่งกว่า..เวลาทำงานปกติ ไม่ยอมทำงาน..บอกว่า เดี๋ยวไม่มีได้ค่าล่วงเวลาเหมือนคนอื่น
(ให้ตายเหอะ..คนแบบนี้ก็มีด้วยน่ะ..แมงสาปชัดๆๆ!!!)
 
คนพวกนี้ส่วนมากมักจะหนังหนา หน้าด้าน...ไร้ยางอาย..เห็นแก่ตัว..ชอบเอารัดเอาเปรียบคนอื่น
ตอแหลเก่ง..(มันคงเป็นคุณสมบัติเฉพาะคนกลุ่มนี้จริงๆ..)
 
เห็นแล้วก็ได้แต่อนาจ..สมเพช..เวทนากับกลุ่มคนพวกนี้..นี่คงเป็น เปรตที่ยังมีชีวิตอยู่ละมั้ง..
ใครทำอะไรก็คงได้สิ่งนั้น..กรรมใครกรรมมัน..เห็นแล้วรู้สึกรันทด..
จะดีจะชั่ว มันอยู่ที่ตัวคนจริงๆ..คนมีการศึกษาที่ดีก็ใช่ว่าจะเลือกทำในสิ่งที่ดี สิ่งที่งามซะเมื่อไรล่ะ..
 
เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา..มีการจ่ายเงินค่าทำงานล่วงเวลา..
ปรากฎว่ามีน้องใหม่คนหนึ่ง เบิกเงินล่วงเวลาสี่พันบาท
ตอนแรกรู้สึกตกใจเหมือนกัีน..ทำไหมเงินล่วงเวลาเยอะจัง..
นี่คงแสดงว่าน้องทำงานล่วงเวลาทุกวันซินะ
คงรวมวันหยุดด้วย..เงินล่วงเวลาหนึ่งรอบ ก็คือ หนึ่งเดือน..
แสดงว่าน้องคนนี้ทำงานแบบไม่มีวันหยุดเลย
นั้นคือสิ่งที่คิดกับตัวเอง....ทุกคนในหน่วยงานก็คงคิดแบบนี้...
(คิดว่านะ..เสียงซุบซิบลือกันให้แซด..)
 
น้องไปรับเงินค่า่ล่วงเวลา กับเจ้าหน้าการเงินได้แบบลันลามาก..
เห็นกลับมาที่โต๊ะ ยิ้มหน้าบานเชียว..เห็นชวนเพื่อนรุ่นเดียวกันเลี้ยงสังสรรค์กัน..
 
เราก็คิดแค่ว่า...เออ..น้องทำงานทุกวัน คงเหนื่อย..เค้าคงอยากสังสรรค์กันบ้างอ่ะนะ..
ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรนัก..
 
ผ่านไป..สักเดือนหลังจากนั้น..หน่วยงานให้รวบรวมผลงานตามรอบปี..
นั้นก็เลยต้องหาเอกสารต่างๆ....ไล่งานไปเรื่อยๆ..จนมาถึงน้องสี่พัน(ขอเรียกแบบนี้ล่ะกัน)
 
ถามน้องว่า.. หนูมีผลงานอะไรบ้างที่ผ่านมา..เขียนให้พี่หน่อยได้ไหม..
 
น้องตอบว่า.. อ๋อ งานประจำก็มี ...นี่ นี่ ...และ ก็นี่ค่ะ..
 
พอน้องสี่พันบอก..ก็เลยถามกลับไปว่า นี่มันเป็นประจำนี่ค่ะ..แล้วงานด่วนที่หนูทำทุกวันเดือนก่อนล่ะค่ะ
 
น้องสี่พันตอบว่า..อ๋อ ไม่ได้ทำอะไรค่ะ หนูนั่งเฝ้านายเท่านั้นค่ะ พิมพ์งานให้นิดหน่อย
ส่วนใหญ่เฝ้าเจ้านายค่ะ ไม่ได้ทำอะไร...
ถึงตอนนั้นก็ได้แต่มองน้องสี่พันแบบอึ้งๆ..เออ อีนี่ อยู่ประจบเจ้านายเพื่อเบิกค่าล่วงเวลาเหรอเนี้ยะ...
 
กลับมานั่งโต๊ะทำงานและก็ได้แต่สมเพชเวทนาน้องสี่พัน...
(ประเทศชาติไม่เจริญเพราะมีคนแบบน้้องนี่ล่ะค่ะ!!!)
 
ยังมีหน้ามาบอกว่า.. หนูไม่ได้ทำอะไรค่ะ เฝ้าเจ้านายเฉยๆ..
(นี่ถ้าหล่อนเห่าได้ หล่อนคงเห่าไปแล้วมั้ง..(เห่าเป็นกริยาของสุนัขอ่ะนะ))
 
หลังจากนั้น..น้องสีี่พันก็ดังเป็นพลุแตกเลยเทียว...เบิกโอทีทีละสี่พัน
(ให้ตายเหอะ..นี่มันเท่ากับเงินเดือนครึ่งหนึ่งของใครหลายคนทีเดียว..)..เค้าเลยลือกันให้แซด
 
ไงล่ะ..ดังสมใจน้อง(สี่พัน)ละซินะ....พี่ช่วยละกันค่ะ..ช่วยแฉไงค่ะ..(ฮ่าๆๆๆ../สะใจ!)
ย้อนกลับไปตอนเริ่มงานที่นี้ใหม่ๆ...ด้วยความที่ยังเป็นน้องใหม่ ต้องเรียนรู้งานอีกเยอะ
ปรับตัวเข้ากับที่ทำงานหลายอย่าง..งานก็เยอะด้วย ทำงานไม่เสร็จก็ต้องอยู่ำทำ..
ตอนนั้นคนในงานก็มีไม่กี่คนทุกคนก็มีงานที่ต้องรับผิดชอบของตัวเองแตกต่างกันไป...
หัวหน้าก็ต้องทำงานในส่วนที่ลูกน้องทำไม่ทัน...สามเดือนแรกที่มาทำงานที่นี้..
เลิกสี่ทุ่ม ห้าทุ่มเกือบทุกวัน(มิน่าล่ะ..วันสอบสัมภาษณ์ฯ กรรมการสอบ..ถามว่า อยู่ทำงานดึกๆ ได้ไหม)
เป็นเช่นนั้นตลอดสามเดือนจริงๆ...นั่งทำงานกับหัวหน้า กับพี่ร่วมงานอีกคนหนึ่ง
เหนื่อยก็พัก แล้วก็มาทำงานต่อ... ตอนนั้นไม่ได้คิดเรื่องค่าเบิกเงินล่วงเวลาเลย
คิดแต่อยากทำงานในหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จ..คนอื่นๆจะไม่ได้เดือนร้อน...
อยู่กันสามคนตอนนั้น..รวมหัวหน้าด้วยอ่ะนะ..ต่างคนต่างทำงานของตัวเอง..
ให้เสร็จตามหน้าที่..สิ้นเดือนเบิกเงินล่วงเวลาได้พันกว่าบาท
เพราะคิดแต่ชั่วโมงทำงานจริงๆ...หัวหน้าไม่เคยพูดสักคำว่าจะเบิกค่าทำงานล่วงเวลา
แต่ก็จัดการนับเวลาทำงานให้หัวหน้าเสร็จสรรพ์เรียบร้อย(ร่วมมือกับพี่อีกคน)
และก็จับมือหัวหน้าเซนต์ชื่อเท่านั้นในตอนนั้น..
(บางทีหัวหน้าชอบทำให้รู้สึกต้องบังคับน่ะ..เพราะเธอเป็นคนดี
ไม่คิดจะเบิกค่าล่วงเวลา..ให้ตายเหอะ..หัวหน้า มันไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะ!!!)
ตอนคุยกับหัวหน้าเรื่องงานเสร็จ..เลยถือโอกาสคุยนอกเรื่องแกมบ่น..
เลยได้คำปลอบใจอยากหัวหน้าแบบนี้...
 
หัวหน้าบอกว่า
 
เงินค่าล่วงเวลาเปรียบเสมือนน้ำใจ เพื่อเป็นกำลังใจให้ปฏิบัติงานเท่านั้น..
เป็นค่าตอบแทนที่วิริยะอุส่าหะทำงานเพื่อหน่วยงาน เพื่อประเทศชาติของเรา..
ถ้าเราคิดซะทำงานเพื่อประเทศชาติ...คุณค่าของการทำงานจะมากมายมหาศาล..
หากคิดแค่ว่า ทำงานให้ตาย ก็ได้แค่ค่าล่วงเวลาไม่กี่บาทมันแลดูจะเป็นการบั่นทอนจิตใจเกินไป...
ก็เหมือนการปิดทองหลังพระนั่นแหละ..ทุกคนปิดทองกันแต่ด้านหน้า พระท่านเลยงามแต่ด้านหน้า..
ด้านหลังจึงไม่งดงามเท่าด้านหน้าไงล่ะ..เพราะฉะนั้นก็ภูมิใจเถอะว่าเราได้ทำสิ่งที่งดงาม
แม้จะไม่มีใครเห็นก็ตาม
ฟังจบ..ก็เลยบอกหัวหน้าว่า..ค่ะ..สั้นๆๆคำเดียว..แล้วก็กลับไปนั่งทำงานต่อ
(ตอนนั้นเวลาก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าๆแล้ว)
 
เหตุการณ์นั้น..ทำให้นึกถึงสิ่งที่เกิดเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา..
น้องนางสี่พัน..นี่น้องคงไม่สำนึกสำเนียกกับการทำงานเลยซินะ..
ไม่งั้นน้องคงไม่ทำแบบนี้
 
พี่ล่ะอยากตะโกนดังๆใส่หูน้องจริงๆ..(¯(∞)¯)
ค่าของคนอยู่ที่ผลของงานโว้ยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!...ไม่ใช่เงินสี่พัน!!!...

edit @ 27 Dec 2011 22:35:01 by Pu~ariYuma

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

นายพี่ปูสอนดีจัง สู้ๆค่ะ

ปีใหม่ ได้งานมาท่วมหัวอีกเพียบ!!

แต่ก็จะสู้ค่าาาา

#1 By Nalikakeaw's Diary on 2011-12-28 21:28