หลับตาขึ้น แป้บเดียว..ใกล้สิ้นปีอีกแล้ว
ธันวาคม..ช่างเป็นเดือนที่มีวันหยุดพิเศษอีกตั้ง 2 วัน...วันพ่อ ....รัฐธรรมนูญ...
และที่ไม่ใช่วันหยุด..แต่ก็เป็นเทศกาลที่ฉลองตามประสาคนไทยอีกสองวัน
นั้นก็คือ วันคริตมาส........วันสิ้นปีเก่า...
(วันหยุดชาติไหนๆ พี่ไทยร่วมด้วย ช่วยกันร่วมฉลอง ดื่มกินให้ชุ่มฉ่ำหัวใจ)
อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันพ่อแล้วซินะ..วันพ่อ ...เป็นวันเกิดของในหลวง นั่นคือสิ่งที่คนไทยทุกคนรู้ดี
กุศโลบายของวันพ่ออย่างหนึ่ง คือ ให้ผู้่เป็นลูกได้ระลึกถึงบุญคุณผู้่ให้กำเนิดที่เป็นบิดา
วันที่ทุกคนได้หยุดเพื่อจะได้อยู่กับครอบครัวอย่างใกล้ชิด..
บางบ้านอาจจะไปทำบุญทำทาน ปล่อยนก ปล่อยปลาร่วมกัน
กินข้าวร่วมกัน จะกินในบ้าน หรือนอกบ้านก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละครอบครัว
ไปเที่ยวด้วยกัน..ภูเขา ทะเล น้ำตก..จะในประเทศ หรือต่างประเทศ
ก็ขึ้นอยู่กับฐานะความเป็นอยู่ของแต่ละครอบครัวเช่นกัน..
ถือเป็นโอกาสพักผ่อนร่วมกันของคนในครอบครัว
วิุถีชีวิต ที่ต้องดิ้นรน หาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ท่ามกลางสภาวะการณ์แข่งขันของสังคมทุนนิยม
การมีวันหยุดหนึ่งวัน ก็ทำให้ได้มีโอกาสกลับมามองครอบครัว หรือคนที่บ้าน
เพื่อกระชับความสัมพันธ์แนบแน่นระหว่างพ่อ ..แม่...ลูก
คิดว่าทุกบ้านก็คงเป็นเหมือนกันหมด
กลับมาเรื่องตัวเองบ้าง...ก็คงเช่นเดียวกับอีกหลายๆบ้าน
ขอย้อนความทรงจำเท่าที่จำได้เมื่อนานมาแล้วในอดีต
พ่อไปไหน??...คำถามที่ถามตัวเองในใจเสมอในวัยเยาว์ แต่ไม่เคยเอ่ยปากถามแม่สักครั้ง
ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้..เพราะพ่อไม่อยู่บ้านเลยตั้งแต่จำความได้
...(ตอนนั้นเหมือนจะประมาณ 5-6 ขวบ)...
ไม่ได้รู้สึกอะไรกับการไม่อยู่บ้านของพ่อเลยจริงๆ ณ เวลานั้น..ลืมตาขึ้นมาก็เห็นหน้าแม่ทุกวัน
มันก็เลยกลายเป็นเรื่องปกติ..ทุกๆวันจะมีแม่ น้อง และเรา..กินข้าวพร้อมกันทุกๆวัน..
อาหารก็แบบเดิมๆ ตามมีตามเกิด เท่าที่แม่จะจัดหามาให้ได้(ขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าแม่)
เวลาเล่นบ้านข้างเคียง น้องแม่ พวกน้าๆ เพื่อนบ้านบ้างคนชอบถามว่า
เมื่อไร...พ่อหนูจะกลัีบมา???....
(⌒ε⌒*)
เล่นขายของอยู่ดีๆ ก็มีเสียงถามขึ้น..เงยหน้ามองอีกที..น้าข้างบ้านนั่นเอง
จะให้ตอบยังไง..ในเมื่อตอนนั้นไม่รู้ว่า พ่ออยู่ไหน..ทำไหมทุกคนมาถามเด็กอย่างเรา
ทำไหมไม่ไปถามแม่...หนูก็อยากรู้เหมือนกันน่ะ..(บ้านเราไม่มีโทรศัพท์เหมือนสมัยนี้)
จริงๆอยากถามน้าข้างบ้านกลับไปว่า
พ่อหนูไปไหนเหรอคุ่ะ??...แต่ก็ไม่ได้ถามหรอก..ไม่รู้สึกว่าชีวิตนี้ต้องมีพ่อเลยตอนนั้น
ด้วยความเป็นเด็กในวัยเยาว์ สิ่งที่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ คือ การได้เล่นกับเพื่อนในวัยเดียวกันมากกว่า
ผ่านไปนานแค่ไหนไม่รุ่ กับประโยคนี้..ที่ได้ยินเกือบทุกวัน..กับผู้ใหญ่รอบข้างสมัยนั้น
"พ่อหนู...กลับมาเมื่อไร?? .... หรือ... เืมื่อไรพ่อหนูจะกลับมา ??"
คงหลายเดือนผ่านไปละมั้ง...
ตอนสายๆ เช้าวันหนึ่ง..ขณะนั้น กำลังเล่นขายของกับน้องสาว
ก่อนจะหันไปมอง .ผู้ชายตัวสูง ผิวเข้ม พร้อมถือกระเป๋าใบใหญ่ ก้าวข้ามประตูรั้วหน้าบ้าน
คำถามแรกที่ผุดขึ้นมา..."ใครเนี้ยะ???"
...มือยังถือถ้วย ชาม เล่นขายของอยู่อย่างไม่คิดจะวางลงเพื่อทักทายแขกเลยสักนิด
..คงเป็นคนที่มาหาแม่ละมั้ง....
..แม่อยู่ในบ้านนั่นแหละ..เดินเข้าไปเลย..(บ้านใต้ถุนสูง)..คิดว่าแม่คงจะอยู่หลังบ้านนั่นแหละ
ไม่ได้สนใจอะไร ยังเล่นขายของต่อไปอย่างเงียบๆ...
ผู้ชายคนนั้น เดินถือกระเป๋าเดินทางไปวางไว้บนแคร่ใต้ถุนบ้าน หันมองมาทางเรากับน้องสาว
ก่อนจะยิ้มน้อยๆ..แต่ยังไม่เดินมาหาเรา เพราะทันทีที่วางกระเป๋าลงบนแคร่
พวกญาติ น้าข้างบ้านเดินเข้ามาบริเวณบ้าน ทีละคน สองคน..เพิ่มขึ้นเรื่อย
แต่ละคนมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ ทักทาย...ชายผู้นั้น..
แล้วก็คุยกันตามประสาผู้ใหญ่..ครู่เดียวแม่ก็เดินออกมาจากหลังบ้าน..
(แม่คงได้ยินเสียงคนคุยกันด้านหน้าบ้านละมั้ง..ก็เลยเดินมาดูว่า..ใครมา)
"มาถึงตอนไหน ??"... ได้ยินคำถามที่แม่ถามชายผู้นั้่น..
สิ้นเสียงประโยคคำถามของแม่ ..เราก็เลยหันหน้าไปมองที่ที่ชายคนนั้นยืนอยู่
ชายผู้นั้่นยิ้มให้แม่..ก่อนจะตอบกลับไปว่า
"เมื่อกี้นี้แหละ"...ชายคนนั้นตอบ
(^.^)/ |
แล้วผู้ใหญ่ที่เข้ามาร่วมกันใต้ถุนบ้านนับสิบก็คุยกัน..
เรากับน้องก็ไม่ได้สนใจ..ยังเล่นขายของอย่างไม่ลดละ
(ปกติ แม่ก็มีคนมาหาบ่อยๆ..พี่ ป้า น้า อา..ผู้หญิง ผู้ชาย..บรรดาคนรู้จักของแม่ทั้งนั้นแหละ)
น้าคนหนึ่งหลังจากที่ทักทายชายคนนั้นเสร็จ..
ก็หันมามองเด็กผู้หญิงสองคนที่กำลังเล่นขายของอยู่อีกมุมหนึ่งในบริเวณบ้าน
"อ้าว..เด็กน้อยสองคนนั้น..ทำอะไรอยู่..พ่อมาแล้ว"...น้าคนนั้นพูดขึ้นทัก
เรากับน้อง หันไปมองน้าคนนั้นพร้อมกัน ก่อนจะหันไปมองชายคนนั้นอีกครั้ง
"พ่อ??.."...คำถามผุดขึ้นในใจอีกครั้ง..พ่อเราเหรอ ??....น้าคนนั้นกวักมือเรียกเราสองคนพี่น้อง
น้องเป็นเด็กดีมาก..ปัดมือ ปัดเสื้อ กางเกง พร้อมกับลุกขึ้ันไปหาน้าคนนั้น..
ก่อนที่ชายคนที่เพิ่งมาใหม่จะช้อนตัวน้องขึ้นไปอุ้ม...
...ทำไหมน้องช้านเชื่อคนง่ายจังหน่ะ...นั่นคือ ความคิดที่ได้แต่ตำหนิน้องสาวในใจอยู่เพียงคนเดียว
"มาซิ" น้าคนนั้นยังไม่วายส่งเสียงเรียกมาที่เรา..พร้อมกวักมือเรียกอย่างเคย
คราวนี้ลุกขึ้น..ปัดมือไล่เม็ดทรายที่ติดฝ่ามือ..แต่หันหลังก้าวขาไปนั่งเล่นที่ชิงช้าใต้ต้นมะม่วง
"อ้าว..เรียกแล้ว ..เดินหนี..ทำไหมไม่มา"..น้าคนนั้นพูดขึ้นอีกครั้ง
หลังจากที่นั่งลงบนชิงช้า เอามือจับเชือกชิงช้าสองข้างไว้ ก่อนใช้เท้าเล็กๆ ดันตัวไปข้างหลัง
เพื่อให้เกิดแรงเหวี่ยงของชิงช้าที่นั่งอยู่..
( -`д´-)
"ทำไหมหนูต้องทำแบบนั้น.."......."พ่อเหรอ..???"
คำตอบที่อยากจะตอบออกไปแต่คงทำได้คิดในใจอีกเช่นเคย
ก่อนหันไปมองหน้าน้าคนนั้น พร้อมกลับแกว่งชิงช้าเล่นอย่างเอื่อยเฉื่อย
หากแต่สายตายังหันไปมองชายที่มาใหม่เป็นระยะ..สลับกับแขกเหรื่อที่เข้ามาทักทายชายที่มาใหม่
"...ไม่มีใครสนใจ เจ้าของบ้านเลยเหรอ..หนูเป็นเจ้าของบ้านน่ะ..."
"...แม่...น้องสาว...ไม่มีใครสนใจช้านเลย.."
"..ทุกคนสนใจชายแปลกหน้ากันหมด.."
...นั่นเป็นสิ่งที่คิดตอนนั้น.....ก็ได้ๆๆ..เดี๋ยวพอทุกคนกลับไปหมด..ก็เหลือเรา แม่ และน้องสาวนั่นแหละ
ครู่ใหญ่ต่อมา..ทุกคนกลับไปหมดแล้ว..พวกพี่ ป้า น้า อา..ที่มาทักทายชายแปลกหน้า
หากแต่ชายแปลกหน้าคนนั้นยังคุยกับแม่..พร้อมกับอุ้มน้องสาวนั่งบนตัก
"//-อะไรกัน..ยังไม่กลับอีกนะ-//"...ประโยคที่เกิดจากการคิดในใจในขณะที่เล่นแกว่งชิงช้าเบาๆ
สักครู่หนึ่ง ...แ่ม่หันมาตะโกนถามว่า"ไม่กินขนมเหรอ..มาซิ"
..."----".... ไม่ตอบดูซิ..ไม่กินก็ได้ ไม่เป็นไรเลย แค่ขนม..คิดแค่นั้นก็เล่นชิงช้าต่อไป
ชายแปลกหน้าหันมายิ้มให้.. แม่และน้องสาวหันมามองด้วย.....
เมื่อตะโกนเรียกแล้วไม่เดินไปหาแม่..ทำให้ชายแปลกหน้า..จึงอุ้มตัวน้องสาววางลงบนแคร่
ก่อนจะก้าวเดินมาที่ที่เราเล่นชิงช้า...ยืนด้านข้างๆ ในขณะที่เราแกว่งชิงช้าเบาๆๆ...
ก่อนที่ชายแปลกหน้าจะเอ่ยถามว่า
"...ทำไหมไม่ไปกินขนมล่ะ ???.."...."...ไม่หิวเหรอ ???.."..สองคำถามเลยเทียว
หยุดแกว่งชิงช้า ก่อนจะแหงนมองหน้าชายแปลกหน้า ผู้ชายตัวสูง ผิวสีเข้ม
ชายแปลกหน้าก้มมองหน้าเรา...พร้อมปรากฎรอยยิ้มที่ใบหน้านั้น
(^∇^)
มันเหมือนแสงแดดจ้า ฉาบแว้ปเข้ามาในทันที..แสงนั้นทำให้แสบตา..
แล้วน้ำตาอุ่นๆ ก็ไหลอาบแก้มทั้งสองข้างของเรา...
จนในที่สุดต้องก้มหน้ามองพื้น..พร้อมกำมือน้อยๆกับเชือกชิงช้าแรงๆ
" -- งืออออออออออออออออออออออออออออออออ.. -- "(゚ロ゚;)
เมื่อเริ่มร้องไห้..เสียงดังขึ้น..ทำให้ชายแปลกหน้าก้ม พร้อมกับย่อตัวลงอุ้มเราขึ้นไว้ในอ้อมกอด
เราก็ใช้แขนสองข้างโอบคอชายแปลกหน้าไว้ เพื่อไม่ให้หล่นลงไป..พร้อมกับร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ
ซุกหน้ากับซอกอกชายแปลกหน้า อย่างกับสิ่งนี้เกิดขึ้นเหมือนความคุ้นชิน...
มันเหมือนมีไออุ่นอย่างประหลาดมาจากชายคนนี้...
" ..ร้องไห้ทำไหม??..."..ชายแปลกหน้าเอ่ยถาม ทั้งๆที่อุ้มเรา ก่อนจะใช้มืออีกข้างลูบหลังให้อย่างเบามือ
"-----"....ไม่มีเสียงตอบจากเรา..
นอกจากเสียงสะอื้นไห้...หากแต่แขนทั้งสองข้างยังโอบรอบคอชายแปลกหน้าไว้แ่น่น
(น้ำเสียงสะอื้นไห้ ขณะส่งเสียงเรียกในใจ กับประโยคเหล่านี้)
"พ่อ.."...งืออออออออ~~~~(;゚曲゚)
"พ่อไปไหนมาเนี้่ยะ" ...งืออออออออ~~~~(;゚曲゚)
นั่นเป็นประโยคคำถามที่ได้เพียงแต่คิดในใจถามชายแปลกหน้า
กว่าจะสงบเสียงสะอื้นไห้ของตัวเองลงไปได้..ก็เป็นเช่นนั้นอยู่นานพอดู...
นับตั้งแต่วันนั้นมา ก็ทำให้ได้รู้ว่า
ผู้ชายตัวสูง ผิวสีเข้ม..ชายแปลกหน้าคนนั้น
คือ พ่อของเรานั่นเอง
นี่เป็นความทรงจำครั้งแรกที่รู้สึกได้ถึงคำว่า "พ่อ"
มารู้ทีหลังว่า..พ่อต้องไปทำงานอีกจังหวัดหนึ่ง..ห่างจากบ้านเราประมาณ
สามร้อยกว่ากิโลได้..นั่นเป็นสาเหตุที่พ่อไม่อยู่บ้านกับเรา..สามคน
หวลคิดถึงความทรงจำนี่ทีไหร่ ภาพแสงจ้าๆจะปรากฎแว้ปเข้ามาที่ดวงตาเมื่อนั่น
หนูคงคิดถึงพ่อมากมั้ง..นั่นเลยทำให้หนูร้องไห้ตอนนั้่นอ่ะนะ
><
ใกล้ถึงวันพ่อแล้ว...อย่าลืมไป..สวัสดีคุณพ่อกันนะค่ะ
ขอให้ทุกคน..มีความสุขในวันพ่อคร้าาาาาา
(^_-)-☆
edit @ 2 Dec 2011 16:52:08 by Pu~ariYuma