someday

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อมีโอกาสเข้าร่วมประชุมวิชาการ จังหวัดชลบุรี

บริเวณใกล้ๆพัทยา โรงแรมที่พักติดกับชายฝั่ง ด้วยบรรยากาศรอบๆบริเวณโรงแรมค่อนข้างดีมาก..

ทำให้เกิดความรู้สึกอยากดื่มด่ำบรรยากาศยามเช้าๆ ของที่นี้บ้าง

อย่างน้อยก็สักหนึ่งวันก็ยังดี...เพื่อไม่ให้การดื่มด่ำดูไม่เงียบเหงา และเปล่าเปลี่ยวจนเกินไป

จึงได้ชักชวนน้องๆ อีกสองคน มาร่วมชื่นชมความงดงามกันในยามเช้า ในวันที่ 2 ของการเข้าพัก

เวลานัดหมาย คือ 05.30 น. เป็นเวลาโดยประมาณ...ถ้าดูจากเวลานัดหมายเหมือนจะเช้าเอามากๆ แต่จริงๆแล้ว

ในช่วงนี้พระอาทิตย์ขึ้นเร็ว การได้มีเวลาสักเล็กน้อยที่ได้เห็นช่วงมืดๆบ้าง..

ก่อนดวงอาทิตย์จะนำแสงสว่างมากระทบพื้นดินก็คงจะได้ความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง

วันนั้นตื่นก่อนนาฬิกาปลุกสักครึ่งชั่วโมง...คงเพราะต่างที่ต่างถิ่น ทำให้รู้สึกนอนหลับไม่สนิท...ไม่มัวโอ้เอ้ล่ะ..มาถึงทะเลทั้งที จะมานอนเต็มอิ่มอยู่ทำไหม

ไปสูดกลิ่นไอทะเลให้ชื่นตาชื่นใจดีกว่า...คิดได้เพียงเท่านั้นก็ลุกจากเตียงนอนทันที

จัดการกับตัวเอง ล้างหน้า แปรงฟัน.

เมื่อจัดการกับตัวเองเสร็จเรียบร้อย....จึงหันไปหยิบโทรศัพท์ค้นหาเบอร์น้องคนหนึ่งที่ได้นัดหมายไว้

ถือสายรอสักครู่..ก็ได้ยินเสียงตอบรับจากปลายสายด้วยน้ำเสียงงัวเงีย...

แจ้งย้ำเตือนเวลานัดหมายอีกครั้ง และเป็นการปลุกให้ตื่นไปในตัวด้วย...แจ้งสถานที่นัดหมายด้วย

เพื่อให้ง่าย สะดวกต่อการนัดหมาย สถานที่ที่ตกลงกันไว้ ก็เลยเป็น ล็อบบี้ของโรงแรม

...

อีกสิบนาทีเจอกัน..(นับจากวางสายโทรศัพท์)

...

ผ่านไป สิบนาที...เช้าๆอย่างงี้โรงแรมเงียบกริบ แขกเหรื่อยังไม่มีใครตื่นมาทำกิจกรรมอะไรในยามนี้

นอกจากพนักงานโรงแรม พนักงานต้อนรับ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย..ก็คงมีแค่ผู้หญิงสามคนนี้

ถึงเวลานัดหมายตามกำหนด...ทุกคนมาครบ...ผู้หญิงสามคน..เดินตรงออกประตูโรงแรมเลี้ยวซ้ายมือ

เดินเรียบทางเดินเท้าไปตามแนวทางเดินที่ลาดไปสู่ชายหาด...

ความมืดค่อยๆจางลงทุกที ความสว่างค่อยปรากฎขึ้น ทำให้เห็นสิ่งต่างๆรอบข้าง

คล้ายเป็นเงาบางๆ เสมือนโครงร่างของภาพวาด

หากแต่ภาพที่เห็นตรงหน้า..กลับม้วนเป็นเงาตะคุ่มๆของคลื่นน้ำ

หมุนตัวกลายเป็นเกลียวคลื่นทะเลซัดซาดเข้าสู่ชายฝั่ง เกิดเสียงกระทบฝั่งดังซู่ซ่า

 แบบนี้..

Photobucket

เก้าอี้ผ้าใบหลายตัว ถูกนำมาตั้งเรียงรายไว้ชายหาดตั้งแต่ใดไม่ทราบนั้น...

กลับปรากฎเห็นร่องรอยทรายลากกลายเป็นแนวยาว

(นี่แค่ส่วนหนึ่งในจำนวนเก้าอี้ผ้าใบทั้งหมด)

Photobucket

นับจากจุดที่ตั้งเก้าอี้ผ้าใบยื่นลงไปหาดทราย ประมาณ 3-4 เมตร...

แสดงว่า คลื่นน้ำซัดชายฝั่งขึ้นมาสูงเลยทีเดียวในยามค่ำคืนที่ผ่านมา

 

สุดชายหาดฝั่งซ้ายมือ...แสงไฟระยิบระยับที่ปรากฎต่อสายต่อเมื่อคืนเริ่มค่อยๆหายไปทีละดวง....

คงเหลือไว้ให้เห็นเช่นภาพนี้...

Photobucket

ผิดกับแสงไฟระยิบระยับฝั่งขวามือที่ไม่ปรากฎว่าจะวูบดับลงแต่อย่างใด แม้จวนเจียนเวลาใกล้รุ่งในยามนี้

นั่นเพราะฝั่งซ้ายเป็นเพียงโรงแรมที่พัก สถานบันเทิงยามค่ำคืนไม่ครึกครื้นเท่าฝั่งขวาที่ขึ้นชื่อกว่า...

แม้อยู่ไกลลิบๆก็ยังปรากฎแสงไฟนีออนกระ่ทั่งเวลาเช้าๆเช่นนี้..

Photobucket

เมืองที่ไม่เคยหลับไหล..ดินแดนศิวิไลซ์..เมืองพัทยา

edit @ 24 May 2012 19:30:40 by Pu~ariYuma

ช่วงนี้ฝนตกบ่อย ข่าวพยากรณ์อากาศบอกว่า ช่วงนี้จะเกิดพายุฤดูร้อน ทำให้ฝนฟ้าคะนอง
แดดร้อนเปรี้ยง เปรี้ยงทุกวัน ฝนตกสักทีก็ดีเหมือนกัน..แม้ว่าบางวันจะมีฝนตกลงมาบ้าง 
แต่ก็ไม่ทำให้เกิดความเย็นสักเท่าไหร่นัก ความเย็นเป็นสิ่งที่เกิดเพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น
ที่พอสัมผัสได้ เมื่อยามสายฝนพัดพาผ่านมา...แล้วก็จากไป...
 
บ่ายวันศุกร์วันนี้เช่นกัน หันออกไปมองนอกหน้าต่างห้องทำงาน...
แสงแดดจ้าขนาดนี้บ่งบอกได้ถึงระดับความร้อนภายนอกห้องนั้น...อากาศจะร้อนเพียงใด
 
หันไปมองบรรยากาศนอกหน้าต่างได้สักพักก็หันกลับมาก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ..
เพราะอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเลิกงาน...ดึงสติกับมาทำงานอีกครั้ง 
 
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป....ได้ยินเสียงฟ้าร้องกระหึ่มจากด้านนอก...
"เอาล่ะซิ งานนี้มีตกแน่ ฝนฟ้า"....พรึมพำกับตัวเองในใจ...
แล้วก็นั่งทำงานต่อไปอีกสักพัก
 
ได้ยินเสียง ปอกแปก ปอกแปก....เหมือนเสียงอะไรสักอย่างกระทบหน้าต่าง
หันไปมองหน้าต่างห้องอีกที....จริงด้วย /ovo\..... ฝนตก!!
เสียงหยดน้ำฝนกระทบหน้าต่างนั่นเอง...
" สายลมพัดแรง สายฝนซัดกระหน่ำเพียงนี้ หวังว่าไฟ้ฟ้าจะไม่ดับนะ"..
นั้นคือสิ่งที่คิดเป็นสิ่งแรก
 
แต่ในที่สุด...วินาทีต่อมา...ไฟฟ้าดับลงหมด....
เสียงฟ้าร้องดัง เปรี้ยงปร้าง ดังขึ้นเป็นระลอกๆ....ลมฝนโหมกระหน่ำ
ฝนตกหลั่งเป็นสายกลายเป็นม่านน้ำ มองเห็นได้เพียงระยะใกล้ๆ
 
สายลมแรงพัดรถจักรยานยนต์ที่จอดหน้าตึกล้มระนาว..
ต้นไม้เล็กใหญ่ ไหวเอน บางต้นกิ่งหักผัดพาไปติดหลังคา เล่นเอาคนยืนดูใจหายใจคว่ำ
คนที่จอดรถยนต์ไว้ใต้ต้นไม้ พลอยใจหายใจคว่ำไปกับสิ่งที่เกิดอยู่ตรงหน้า
ได้แค่เพียรภาวนา..อย่าให้กิ่งไม้ ต้นไม้หักโคนทับรถราที่จอดอยู่เลย
 
ต่อมาได้ยินเสียงดังระเบิดอย่างรุนแรงดังกระหึ่มในระยะใกล้อาคารสำนักงาน
คงเป็นหม้อแปลงไฟระเบิดแน่ๆขนาดนี้....
 
ความโกลาหลข้างนอกไม่หยุดหย่อน..
ความโกลาหลภายในห้องทำงานก็เกิดขึ้นในเวลา่ต่อมา
หันมามองพื้นห้อง....น้ำซึมมาจากไหน...ผนังห้อง ? ไม่มีเวลาหาคำตอบนั้น
รีบยกข้าวของ เอกสารที่วางเรียงรายบนพื้น..ปลั๊กไฟ.. รางปลั๊กไฟ
หรือแม้กระทั่งเครื่องซีพียูหนีน้ำกันยกใหญ่ ...ไม้กวาด ไม้ถูพื้นถูดลำเลียงมาใช้งาน
ไม่เป็นอันทำงานทำการกันเลยทีเดียว...
 
กว่าพายุฝนจะสงบลง...ก็เป็นเวลาเลิกงานพอดี
 
Photobucket
 
(ฝนตก ลมแรง ฟ้าร้องเปรี้ยงปร้าง..อินี่ไม่ยอมปิดการใช้งานโทรศัพท์ตัวเอง..
ถ่ายรูปต้นไม้เล็กๆ ข้างหน้าต่างห้อง)
 
Photobucket

edit @ 12 May 2012 22:09:45 by Pu~ariYuma

~เพนกวิน ^-^ เพนกวิน~

posted on 17 Apr 2012 08:47 by pukino  in someday
กลับบ้านช่วงสงกรานต์ปีนี้..ก็เป็นช่วงที่หลานสาวตัวน้อยกลับมาอยู่บ้านสักที
หลังจากที่ไปอยู่บ้านปู่บ้านย่าซะนาน..สองขวบแล้วเน้อะ..ผ่านไปแป้บเดียวสองขวบแล้ว
 
กลับบ้านคราวนี้..เธอ..อ้วนถ้วนสมบูรณ์มาก..2 ขวบ กับ 1 เดือน หนัก 20 กก. สูง 95 เซน..
ต้องใส่เสื้อผ้าของเด็กโตเลยเทียว..ไซส์ 10 ขึ้นไป(สำหรับเด็ก 10 ปี)..
นี่ถือว่า เป็นเสื้อผ้าไซส์เล็กสุดที่สามารถสวมใส่ได้ในขั้นต่ำ..
 
เคยให้หลายๆคน ดูรูปหลาน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆ หรือพี่ๆที่ทำงาน..ส่วนใหญ่มักจะถามว่า
"กินอะไรเนี้ยะ..ทำไหมตัวโตขนาดนี้"...
จะตอบว่าไม่ได้เลี้ยงค่ะ....ก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ...เลยไม่รู้ว่าหลานกินอะไรเข้าไปถึงทำให้ตััวโตขนาดนี้..
ก็เลยตอบแบบกล้อมแกล้มไปว่า
 
"กินนมเก่งค่ะ..กินได้ตลอด เรื่อยๆ..เน้นหนักไปการดื่มนมผง เพราะน้องชอบกิน"
 
ถ้าดูจากค่านมผงที่จ่ายแต่ละเดือน มันก็น่าจะเป็นตัวสะท้อนถึงขนาด
หรือน้ำหนักตัวของคุณหลานได้เป็นอย่างดี....
<หุหุ...คุณป้าขอโทษนะคุณหลาน..Input มันเป็นตัวสะท้อน Output  ... และ Outcome ....>
 
ท่าทีหลานตัวน้อย..(ซึ่งอาจจะไม่น้อยเท่าไหร่ถ้าเทียบกับเด็กทั่วๆไป)...
การปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ คนใกล้ชิดใหม่ๆ..
โดยเฉพาะคุณตา คุณยาย และบรรดาญาติๆทั้งหลาย..รวมถึงบ้านใกล้เรือนเคียง
 
เธอ..ไม่ค่อยเล่นกับใครๆ..หรือกับคนอื่นๆมากนัก..นอกจากพ่อ แม่ของคุณหลาน..
บางที..ถ้ามีเด็กๆรุ่นราวคราวเดียวมาเล่นด้วย ทั้งเด็กผู้หญิง หรือเด็กผู้ชาย..
คุณหลานก็จะเลือกเล่นกับเด็กผู้ชายเป็นส่วนใหญ่..
อาจจะเพราะชอบนิสัยของเด็กผู้ชายมากกว่าผู้หญิง(อันนี้จากการสังเกตอ่ะนะ..)
แต่ถ้า..ไม่มีเด็กผู้ชายอยู่ด้วย ก็เล่นกับเด็กๆผู้หญิงได้..แต่มักจะจบลงด้วยการแย่งของเล่นกัน
ต้องจับแยกๆกันเล่นคนละอย่างอยู่บ่อยๆ...แต่ถ้าหากเล่นอะไรที่สนุกสุดเหวี่ยง
ไม่ีว่าจะเล่นกับเด็กผู้หญิง หรือเด็กผู้ชายก็จะหัวเราะครื้นเครง.. เฮฮาตามประสาเด็กนั่นแหละ...
เห็นอวบอ้วนอย่างงั้น..แต่ขอบอกว่า..วิ่งเร็วจี๋เลยแหละ..วิ่งตัวกลมเชียว(ฮ่าๆๆๆ..)
 
อยู่บ้าน..สองสามวัน..นับจำนวนเป็นนาทีก็ได้ที่คุณหลานจะเล่นด้วยบ้าง..
แต่พอลูกชายอา..(ลูกชายของน้องสาวคุณพ่อ)..แวะมาเล่นที่บ้านไม่ถึงชั่วโมง..
คุณหลานก็ติดลูกชายอาแจเลยเทียว
 
ลูกชายอา...รับโทรศัพท์เดินไปทางไหน..คุณหลานก็เดินตาม
ชะเง้อชะแง้เมียงมองเขาตลอด
เห็นแล้วก็ได้แต่หัวเราะ..ช่างเหมือนนกเพนกวินน้อยเดินตามจ่าฝูงอะไรแบบนั้น...
 
ฮ่าๆๆๆ..
 
บางวันที่วิ่งไล่จับกัน..หัวเราะกันเฮฮา..บรรดาคุณตา คุณยาย พ่อ แม่ ก็กลัวหลานจะหกล้ม
หัวราข้างแตก..ก็จำเป็นต้องทำทุกวิถีทางที่จะทำให้หยุดวิ่งไล่จับ..
 
การหลอกล่อให้หยุดวิ่งไล่จับด้วยการถ่ายรูป โดยให้โพสต์ท่าในแบบที่เด็กๆชอบ
..ก็เป็นแบบนี้แหละ..ท่าทางเหมือนจะยังหอบๆ เพราะเหนื่อยอยู่นิดหน่อย..
(หุหุหุหุ...)
 
...
.....นกเพนกวินนนนน~~
 
 
Photobucket
 
 

edit @ 23 Apr 2012 20:57:13 by Pu~ariYuma